
สรุปสิ่งที่ควรรู้ก่อนการลงทุนใน SSF BLOCK TRADE
เครื่องมือการลงทุนที่ช่วยเพิ่มโอกาสทำกำไร ด้วยการใช้เงินวางหลักประกันเพียงบางส่วน
แต่ก็มาพร้อมความเสี่ยงที่นักลงทุนควรเข้าใจอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน

High Leverage ใช้เงินวางหลักประกันน้อย ซื้อขายหุ้นมูลค่าขนาดใหญ่
• วางเงินประกันเพียงประมาณ 5-20% ของมูลค่าหุ้นทั้งหมด
• เพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทน แต่ก็ขยายความเสี่ยงเช่นกัน
Two-Way ทำกำไรได้ทั้งตลาดขาขึ้น และขาลง
• Long : คาดว่าราคาหุ้นจะปรับตัวขึ้น
• Short : คาดว่าราคาหุ้นจะปรับตัวลง
Min. Volume มีจำนวนขั้นต่ำในการซื้อขาย
• ต้องซื้อขายตามเกณฑ์ขั้นต่ำ เช่น 20 / 100 / 500 สัญญา
• ขึ้นกับกลุ่มหุ้นและเกณฑ์ที่ TFEX กำหนด

Interest • ดอกเบี้ยจากการที่โบรกเกอร์ดำเนินการซื้อหุ้นให้ คิดตามระยะเวลาที่ถือสถานะ
Commission
• ค่าธรรมเนียมการซื้อขายตามอัตราปกติของโบรกเกอร์
Slippage
• ส่วนต่างราคาที่เกิดจากการส่งคำสั่งซื้อขายในตลาด

Call Margin
• ต้องเติมเงินประกัน หากราคาหุ้นเคลื่อนไหวสวนทางจนหลักประกันต่ำกว่าเกณฑ์
Force Close
• โบรกเกอร์อาจบังคับปิดสถานะ หากไม่สามารถเติมเงินได้ตามกำหนด
• มักเกิดในกรณีใช้วงเงินเกินความเหมาะสม (Overtrade)
Time Decay
• สัญญามีวันครบอายุ
• หากต้องการถือต่อ จำเป็นต้อง “ต่อสัญญา” และมีต้นทุนเพิ่มเติม (Rollover)

Stop Loss • ควรกำหนดจุดตัดขาดทุนที่ชัดเจนทุกครั้งก่อนเข้าลงทุน
Position Sizing
• ไม่ควรใช้เงินเต็มวงเงินประกัน (Overtrade)
• เผื่อเงินวางหลักประกันไว้เป็น Buffer เพื่อรองรับความผันผวนของราคา
Dividends
• ฝั่ง Long จะได้รับเงินปันผลเสมือนถือหุ้นจริง

Check Stock List
• ตรวจสอบรายชื่อหุ้นที่สามารถทำ Block Trade ได้จากประกาศของ TFEX
• หุ้นแต่ละกลุ่มมีเกณฑ์ขั้นต่ำไม่เท่ากัน Interest Rates
• อัตราดอกเบี้ยของแต่ละโบรกเกอร์แตกต่างกัน
• โดยทั่วไปอยู่ประมาณ 4-6% ต่อปี
• ควรเปรียบเทียบเงื่อนไขก่อนตัดสินใจ
Volatility
• ด้วยอัตราทดที่สูง การเปลี่ยนแปลงของราคาหุ้นเพียงเล็กน้อยอาจส่งผลต่อกำไรหรือขาดทุนในพอร์ตอย่างมีนัยสำคัญ
