ประเภทของตราสารและผลตอบแทน
ผลตอบแทนที่จะได้รับจากการลงทุนในหุ้น
ภาษีอากรที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายหุ้น
เวลาทำการซื้อ - ขาย
หน่วยการซื้อขาย
ช่วงราคาหลักทรัพย์ (Price Spreads)
ราคาเสนอซื้อขายสูงสุด ต่ำสุด (Ceiling / Floor)
การหยุดการซื้อขายเป็นการชั่วคราว (Circuit Breaker)
Circuit Breaker จะทำงานต่อเมื่อเกิดเหตุการณ์ ดังนี้
เครื่องหมายที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขาย
ค่าธรรมเนียมในการซื้อขายหลักทรัพย์
ประเภทคำสั่งซื้อขาย
|
ประเภทของตราสารและผลตอบแทน |
|
|
|
|
หุ้นสามัญ (Common Stock)
เป็นตราสารทุนที่ออกโดย บริษัทมหาชน จำกัด ที่ต้องการระดมทุนจากประชาชน ซึ่งผู้ถือหุ้นสามัญมีสถานะเป็นเจ้าของนั้นๆ โดยมีสิทธิ์ได้รับผลตอบแทนในรูปของเงินปันผลตามที่บริษัทประกาศจ่าย และ มีสิทธิในการลงคะแนนเสียงในที่ประชุมผู้ถือหุ้น
หุ้นบุริมสิทธิ (Preferred Stock)
เป็นตราสารทุนเช่นเดียวกันกับหุ้นสามัญ แต่จะมีสิทธิในการรับเงินปันผลเป็นอัตราที่แน่นอนทุกปี ผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิอาจมีสิทธิมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของกิจการเช่นเดียวกับผู้ถือหุ้นสามัญ และมีสิทธิเหนือหุ้นสามัญในกรณีที่บริษัทเลิกกิจการและทำการชำระบัญชี
ใบสำคัญแสดงสิทธิหรือวอร์แรนท์ (Warrant)
เป็นตราสารอนุพันธ์ประเภทหนึ่งที่ให้สิทธิแก่ผู้ถือในการซื้อหลักทรัพย์อ้างอิง ตามที่บริษัทผู้ออกระบุไว้ โดยซื้อได้ในราคาใช้สิทธิที่ระบุ (Exercise Price) ในจำนวนและภายในระยะเวลาที่กำหนด
ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (Derivative Warrant: DW)
มีลักษณะคล้ายกับใบสำคัญแสดงสิทธิ (Warrant) ซึ่งบริษัทผู้ออกใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ ในการซื้อหรือขายหลักทรัพย์อ้างอิงนั้น จะไม่ใช่บริษัทที่เป็นเจ้าของหลักทรัพย์อ้างอิง ซึ่งอาจเป็นหุ้น (Stock) ในราคา อัตราและระยะเวลาใช้สิทธิที่กำหนดไว้ โดยบริษัทผู้ออกเป็นผู้กำหนดว่าจะเลือกทำการส่งมอบเป็นหลักทรัพย์หรือเงินสด
ใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่เกิดจากหลักทรัพย์อ้างอิงไทยหรือเอ็นวีดีอาร์ (Non - Voting Depositary Receipt: NVDR)
เป็นตราสารที่ให้ผลตอบแทนเสมือนการลงทุนในหุ้นสามัญของบริษัทจดทะเบียน แต่ผู้ถือ NVDR ไม่มีสิทธิในการลงคะแนนเสียงในที่ประชุมผู้ถือหุ้น และการถือ NVDR นั้นจะเป็นการถือผ่านบริษัท ไทยเอ็น ดี วี อาร์ จำกัด ซึ่งทำหน้าที่ถือครองหลักทรัพย์แทนผู้ลงทุน ช่วยให้ผู้ลงทุนต่างประเทศสามารถลงทุนในหุ้นของบริษัทจดทะเบียนได้ โดยไม่ติดข้อจำกัดเรื่องเพดานการถือครองหลักทรัพย์โดยชาวต่างประเทศ (Foreign Limit) |
|
Top |
|
ผลตอบแทนที่จะได้รับจากการลงทุนในหุ้น |
|
|
|
|
ผลตอบแทนจากการลงทุนในหุ้น ได้แก่ เงินปันผล (Dividend) หรือ หุ้นปันผล (Stock Dividend) กำไรจากส่วนต่างของราคาซื้อกับราคาขาย (Capital Gain) รวมทั้งสิทธิในการจองซื้อหุ้นออกใหม่ (Pre-emptive Right) เป็นต้น |
|
Top |
|
ภาษีอากรที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายหุ้น |
|
|
|
|
- กำไรที่ได้จากส่วนต่างของราคาซื้อกับราคาขายหุ้น ได้รับการยกเว้นไม่ต้องนำมาคำนวนเป็นเงินได้เพื่อเสียภาษี
- เงินปันผลจากบริษัทจดทะเบียน จะถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ร้อยละ 10 และสามารถเลือกที่จะนำมารวมเป็นเงินได้เพื่อเสียภาษีหรือไม่ก็ได้ หากเลือกที่จะนำไปคำนวณภาษีเงินได้ประจำปี นักลงทุนสามารถนำไปเครดิตภาษีเงินปันผลได้
- ภาษีมูลค่าเพิ่ม บริษัทหลักทรัพย์จะทำการเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ในอัตราร้อยละ 7 ของค่านายหน้า (Commission)
|
|
Top |
|
เวลาทำการซื้อ - ขาย |
|
|
|
|
ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดทำการทุกวันจันทร์ – วันศุกร์ ยกเว้นวันหยุดตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย
สำหรับเวลาทำการซื้อขายกำหนดไว้วันละ 2 รอบ ดังนี้
| ช่วงก่อนเปิดตลาดรอบเช้า |
9:30 - 10:00 |
| ช่วงเช้า |
10:00 - 12:30 |
| ช่างก่อนเปิดตลาดรอบบ่าย |
14:00 - 14:30 |
| ช่วงบ่าย |
14:30 - 16.30 |
|
|
Top |
|
หน่วยการซื้อขาย |
|
|
|
|
ในการเสนอซื้อ (Bid) และเสนอขาย (Offer) หุ้นบนกระดานหลัก โดยทั่วไปแล้ว ตลาดหลักทรัพย์ ฯ กำหนดให้ 1 หน่วยการซื้อขาย (Board Lot) เท่ากับ 100 หุ้น อย่างไรก็ตาม หากหุ้นใดมีราคาตลาดที่เกิน 500 บาทต่อหุ้น ๆ นั้นจะถูกปรับให้มีหน่วยการซื้อขายหน่วยละ 50 หุ้น |
|
Top |
|
ช่วงราคาหลักทรัพย์ (Price Spreads) |
|
|
|
|
นักลงทุนจะต้องส่งคำสั่งซื้อขายที่มีการเสนอราคาซื้อหรือขาย ของหลักทรัพย์ให้ตรงตามช่วงราคา (Spread) ที่ตลาดหลักทรัพย์ ฯ กำหนด ซึ่งเป็นช่วงการเคลื่อนไหวของราคาซื้อขายหลักทรัพย์บนกระดานหลักและกระดานหน่วยย่อย โดยมีช่วงราคาดังนี้
| ระดับราคาตลาด |
|
ช่วงราคา |
| ต่ำกว่า 2 บาท |
|
0.01 บาท |
| ตั้งแต่ 2 บาท |
แต่ไม่มากกว่า 5 บาท |
0.02 บาท |
| ตั้งแต่ 5 บาท |
แต่ไม่มากกว่า 10 บาท |
0.05 บาท |
| ตั้งแต่ 10 บาท |
แต่ไม่มากกว่า 25 บาท |
0.10 บาท |
| ตั้งแต่ 25 บาท |
แต่ไม่มากกว่า 100 บาท |
0.25 บาท |
| ตั้งแต่ 100 บาท |
แต่ไม่มากกว่า 200 บาท |
0.50 บาท |
| ตั้งแต่ 200 บาท |
แต่ไม่มากกว่า 400 บาท |
1.00 บาท |
| ตั้งแต่ 400 บาท |
ขึ้นไป |
2.00 บาท |
|
|
Top |
|
ราคาเสนอซื้อขายสูงสุด ต่ำสุด (Ceiling / Floor) |
|
|
|
|
หุ้นสามัญ
ราคาเสนอซื้อ (Bid) และเสนอขาย (Offer) หลักทรัพย์ ในแต่ละวันสามารถเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้สูงสุดไม่เกินร้อยละ 30 ของราคาปิดวันก่อนหน้า
หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายในวันแรก (First day Trade)
ราคาซื้อขายของหลักทรัพย์สามารถเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้สูงสุดไม่เกิน 3 เท่าของราคาเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชน แต่ไม่ต่ำกว่า .01 บาท และราคาซื้อขายใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นหรือหน่วยลงทุน ( Warrant) สามารถเปลี่ยนแปลง เพิ่มขึ้นสูงสุดหรือลดลงต่ำสุดไม่เกินร้อยละ 100 ของหุ้นสามัญคูณด้วยสิทธิในการซื้อหุ้นหรือหน่วยลงทุน ที่จะได้รับจากการใช้สิทธิของใบสำคัญแสดงสิทธิจำนวน 1 สิทธิ
หลักทรัพย์ที่ไม่มีการซื้อขายติดต่อกันเกิน 15 วันทำการ
ไม่กำหนดราคาซื้อขายสูงสุด / ต่ำสุด
หลักทรัพย์ที่ซื้อขายในกระดานต่างประเทศ (Foreign Board)
ไม่กำหนดราคาซื้อขายสูงสุด / ต่ำสุด
ใบสำคัญแสดงสิทธิ์ที่ให้สิทธิ์ซื้อหุ้นหรือหน่วยลงทุน หรือใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (Warrant / Derivative Warrant)
สามารถเปลี่ยนแปลงได้เพิ่มขึ้นหรือสูงสุด ไม่เกินร้อยละ30 ของหุ้นสามัญคูณ ด้วยสิทธิในการซื้อหุ้นหรือหน่วยลงทุนที่จะได้รับ
กรณีที่มีการประกาศจ่ายเงินปันผล
การคำนวณราคาสูงสุดและต่ำสุดในวันแรกที่ขึ้นเครื่องหมาย XD ทำโดยการคำนวณหาราคาปิดใหม่ โดยการหักเงินปันผลต่อหุ้นออกก่อน แล้วจึงคำนวณราคาสูงสุดและต่ำสุด จากราคาปิดที่คำนวณใหม่
กรณีที่มีการให้สิทธิผู้ถือหุ้นเดิม
ซื้อหุ้นที่ออกใหม่ได้ในราคาที่กำหนด การคำนวณราคาสูงสุดและต่ำสุดในวันแรกที่ขึ้นเครื่องหมาย XR ทำโดยการคำนวณหาราคาปิดใหม่ โดยการหาค่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของราคาปิดเดิมกับราคาตามสิทธิโดยน้ำหนักที่ใช้ถ่วง ได้แก่ จำนวนหุ้นเดิมและจำนวนหุ้นใหม่ แล้วจึงคำนวณราคาสูงสุดและต่ำสุดจากราคาปิดที่คำนวณใหม่ |
|
Top |
|
การหยุดการซื้อขายเป็นการชั่วคราว (Circuit Breaker) |
|
|
|
|
กรณีที่สภาพการซื้อขายในตลาดโดยรวมเกิดการเปลี่ยนแปลงลดลงอย่างผิดปกติ ตลาดหลักทรัพย์ ฯ มีมาตรการที่จะทำการหยุดการซื้อขายเป็นการชั่วคราวที่เรียกว่า Circuit Breaker เพื่อให้นักลงทุนได้รับทราบสถานการณ์ และพิจารณาข้อมูลข่าวสารที่เกิดขึ้น ก่อนที่จะตัดสินใจลงทุนต่อไป |
|
Top |
|
Circuit Breaker จะทำงานต่อเมื่อเกิดเหตุการณ์ ดังนี้ |
|
|
|
|
เมื่อดัชนีราคาตลาดหลักทรัพย์ (SET Index) ในวันนั้น ลดลงไปถึงอัตราร้อยละ 10 ของดัชนีราคาตลาดฯ ในวันทำการก่อนหน้า ระบบจะทำการหยุดซื้อขายหลักทรัพย์เป็นเวลา 30 นาที
เมื่อดัชนีราคาตลาดหลักทรัพย์ (SET Index) ในวันนั้น ลดลงไปถึงอัตราร้อยละ 20 ของดัชนีราคาตลาดฯ ในวันทำการก่อนหน้า ระบบจะทำการหยุดซื้อขายหลักทรัพย์เป็นเวลา 1 ชั่วโมง
ในกรณีที่ระยะเวลาการซื้อขายหลักทรัพย์ในแต่ละช่วงเวลาเหลือน้อยกว่าระยะเวลา ตามข้อ 1 หรือ ข้อ 2 แล้วระบบการซื้อขายจะหยุดการซื้อขาย หลักทรัพย์ตามระยะเวลาที่เหลือในช่วงเวลาการซื้อขายนั้น และจะเริ่มการซื้อขายหลักทรัพย์ในช่วงเวลาการซื้อขายถัดไปตามปกติ |
|
Top |
|
เครื่องหมายที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขาย |
|
|
|
|
XD (Excluding Dividend)
ณ วันที่ขึ้นเครื่องหมาย XD ผู้ลงทุนที่ซื้อหุ้นของบริษัทจดทะเบียน ไม่มีสิทธิได้รับเงินปันผลที่บริษัทประกาศจ่ายในงวดนั้น
XR (Excluding Right)
ณ วันที่ขึ้นเครื่องหมาย XR ผู้ลงทุนที่ซื้อหุ้นของบริษัทจดทะเบียนไม่มีสิทธิในการจองซื้อหุ้นสามัญจากการเพิ่มทุนในครั้งนั้น
XW (Excluding Warrant)
ณ วันที่ขึ้นเครื่องหมาย XW ผู้ลงทุนที่ซื้อหุ้นของบริษัทจดทะเบียนไม่มีสิทธิในการได้รับใบสำคัญแสดงสิทธิ
XA (Excluding All)
ณ วันที่ขึ้นเครื่องหมาย XA ผู้ลงทุนที่ซื้อหุ้นของบริษัทจดทะเบียนไม่มีสิทธิได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆที่บริษัทได้ประกาศในครั้งนั้นๆ
H (Trading Halt)
เป็นเครื่องหมายแสดงการห้ามซื้อห้ามขายหลักทรัพย์จดทะเบียนนั้นเป็นการชั่วคราวโดยแต่ละครั้งมีระยะเวลาไม่เกินกว่า 1 รอบการซื้อขาย
SP (Trading Suspension)
เป็นเครื่องหมายแสดงการห้ามซื้อขายหลักทรัพย์จดทะเบียนเป็นการชั่วคราว โดยแต่ละครั้งมีระยะเวลาเกินกว่า 1 รอบการซื้อขาย
NP (Notice Pending)
เป็นเครื่องหมายที่แสดงว่าบริษัทจดทะเบียนนั้นยังไม่ได้นำส่งงบการเงินหรือรายงานตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายในระยะเวลาที่กำหนด หรือ ตลาดหลักทรัพย์ฯ อยู่ระหว่างรอคำชี้แจง หรือรายงานเพิ่มเติมจากบริษัทจดทะเบียน หรือข่าวสารที่ได้รับจากบริษัทจดทะเบียนยังไม่ครบถ้วนหรือชัดเจนเพียงพอ
NR (Notice Received)
เป็นเครื่องหมายที่แสดงว่าตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้รับการชี้แจงข้อมูลหรือรายงานจากบริษัทจดทะเบียนที่ได้มีการขึ้นเครื่องหมาย NP แล้ว และจะขึ้นเครื่องหมาย NR เป็นเวลา 1 วัน |
|
Top |
|
ค่าธรรมเนียมในการซื้อขายหลักทรัพย์ |
|
|
|
|
ผู้ลงทุนจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ (Commission) เป็นอัตราขั้นบันได (Sliding Scale) ให้แก่บริษัทหลักทรัพย์ (Broker) ที่ผู้ลงทุนใช้ พร้อมทั้งภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ 7 ปัจจุบันตลาดหลักทรัพย์ฯกำหนดให้บริษัทสมาชิกเรียกเก็บค่านายหน้าจากลูกค้า ในอัตราดังต่อไปนี้
| ขั้นที่ |
มูลค่าการซื้อขาย (X) ต่อวัน
(หน่วย : บาท)
|
ผ่านเจ้าหน้าที่การตลาด |
ผ่านอินเทอร์เน็ต |
| บัญชีเงินสด |
บัญชี Cash Balance หรือ
Credit Balance |
| 1 |
0 <= 5 ล้านบาท |
|
|
|
| อัตราค่านายหน้า |
0.250% |
0.200% |
0.150% |
| SET Trading Fee |
0.005% |
0.005% |
0.005% |
| TSD Clearing Fee |
0.001% |
0.001% |
0.001% |
| ค่าธรรมเนียมการกำกับดูแล |
0.0018% |
0.0018% |
0.0018% |
รวมที่เรียกเก็บจากลูกค้า
รวมค่าคอมบวก VAT |
0.2578%
0.275846% |
0.2078%
0.222346% |
0.1578%
0.168846% |
|
2
|
5 ล้านบาท <= 10 ล้านบาท |
| อัตราค่านายหน้า |
0.220% |
0.180% |
0.130% |
| SET Trading Fee |
0.005% |
0.005% |
0.005% |
| TSD Clearing Fee |
0.001% |
0.001% |
0.001% |
| ค่าธรรมเนียมการกำกับดูแล |
0.0018% |
0.0018% |
0.0018% |
รวมที่เรียกเก็บจากลูกค้า
รวมค่าคอมบวก VAT |
0.2278%
0.243746% |
0.1878%
0.200946% |
0.1378%
0.147446% |
|
3
|
10 ล้านบาท <= 20 ล้านบาท |
| อัตราค่านายหน้า |
0.180% |
0.150% |
0.110% |
| SET Trading Fee |
0.005% |
0.005% |
0.005% |
| TSD Clearing Fee |
0.001% |
0.001% |
0.001% |
| ค่าธรรมเนียมการกำกับดูแล |
0.0018% |
0.0018% |
0.0018% |
รวมที่เรียกเก็บจากลูกค้า
รวมค่าคอมบวก VAT |
0.1878%
0.200946% |
0.1578%
0.168846% |
0.1178%
0.126046% |
|
4
|
> 20 ล้านบาท |
| อัตราค่านายหน้า |
0.150% |
0.120% |
0.100% |
| SET Trading Fee |
0.005% |
0.005% |
0.005% |
| TSD Clearing Fee |
0.001% |
0.001% |
0.001% |
| ค่าธรรมเนียมการกำกับดูแล |
0.0018% |
0.0018% |
0.0018% |
รวมที่เรียกเก็บจากลูกค้า
รวมค่าคอมบวก VAT |
0.1578%
0.168846% |
0.1278%
0.136746% |
0.1078%
0.115346% |
|
|
Top |
|
ประเภทคำสั่งซื้อขาย |
|
|
|
|
MP (Market Price)
เป็นคำสั่งซื้อขายที่ใช้เมื่อผู้ลงทุนต้องการซื้อหรือขายทันที ณ ราคานั้น ๆ ทันที โดยส่งคำสั่งซื้อขายที่ระบุราคา MP ได้เฉพาะช่วงเวลาเปิดทำการ ซื้อขายเท่านั้น
- ระบบซื้อขายจะถือว่าคำสั่ง MP เป็นการเสนอซื้อ ณ ราคาเสนอขายต่ำสุด หรือเป็นการเสนอขาย ณ ราคาเสนอซื้อสูงสุด ดังนั้นหากไม่มีคำสั่งซื้อหรือขาย ด้านตรงข้ามรอการจับคู่อยู่ คำสั่ง MP นั้นจะถูกยกเลิกหรือสั่งไม่ได้ แต่หากมีคำสั่งซื้อหรือขายด้านตรงข้ามรอการจับคู่อยู่ คำสั่ง MP จะสามารถจับคู่ซื้อขายได้ทันที ที่เข้ามาในระบบ
- หากจำนวนหลักทรัพย์ที่เสนอซื้อขาย ณ ราคา MP ไม่สามารถจับคู่การซื้อขาย ได้หมดทั้งจำนวน ระบบการซื้อขายจะจัดจำนวนหลักทรัพย์ที่เหลือเป็นการเสนอซื้อ ณ ราคาที่สูงกว่าราคาซื้อขายครั้งสุดท้ายหรือ เป็นการเสนอขาย ณ ราคาที่ต่ำกว่า ราคาซื้อขายครั้งสุดท้ายหนึ่งช่วงราคา
ATO (At the Open) / ATC (At the Close)
- ATO เป็นคำสั่งซื้อขายที่ใช้เมื่อผู้ลงทุนต้องการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ทันทีที่ตลาดเปิดการซื้อขาย ณ ราคาเปิด โดยสามารถส่งคำสั่งซื้อขายได้เฉพาะในช่วงก่อนเปิดตลาดทั้งภาคเช้าและภาคบ่าย
- ATC เป็นคำสั่งซื้อขายที่ใช้เมื่อผู้ลงทุนต้องการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ทันทีที่ตลาด ปิดการซื้อขาย ณ ราคาปิด สามารถส่งคำสั่งซื้อขายได้ตั้งแต่เวลา 16.30 น. ถึงเวลาปิดในช่วงระหว่างเวลา 16.35 - 16.40 น.
- คำสั่ง ATO และ ATC เป็นคำสั่งที่มีเงื่อนไขเดียวกัน คือหากคำสั่งเสนอซื้อขาย สามารถจับคู่ได้เพียงบางส่วน ระบบการซื้อขายจะทำการยกเลิกจำนวนที่เหลือทั้งหมด โดยกำหนดในคำสั่ง ดังกล่าวเป็นคำสั่งที่จะได้รับการจับคู่ซื้อขายก่อนคำสั่งประเภทระบุราคา
IOC (Immediate or Cancel)
เป็นคำสั่งซื้อขายที่ผู้ลงทุนต้องการสั่งให้ซื้อหรือขายหุ้นตามราคาที่ผู้ลงทุนระบุไว้ในขณะนั้นทันที หากซื้อหรือขายไม่ได้หมดทั้งจำนวนที่ต้องการ ส่วนที่เหลือจะถูกยกเลิก นอกจากนี้ ในการส่งคำสั่ง IOC มีข้อกำหนดเพิ่มเติมดังนี้
- ส่งคำสั่งได้ในช่วงตลาดเปิดทำการซื้อขายเท่านั้น
- ต้องระบุราคาซื้อขายที่แน่นอน
- ไม่สามารถใช้คำสั่งที่มีเงื่อนไขนี้ร่วมกับ ATO ATC MP หรือ Publish Volume ได้
|
FOK (Fill or Kill)
เป็นคำสั่งซื้อขายที่ผู้ลงทุนต้องการซื้อหรือขายหุ้นตามราคาที่ผู้ลงทุนกำหนด โดยต้องการให้ได้ทั้งจำนวนที่ต้องการเท่านั้น หากได้ไม่ครบก็จะไม่ซื้อขายเลย โดยให้ยกเลิกคำสั่งนั้นไปทั้งหมด นอกจากนี้ ในการส่ง คำสั่ง FOK มีข้อกำหนดเพิ่มเติมดังนี้
- ส่งคำสั่งได้ในช่วงตลาดเปิดทำการซื้อขายเท่านั้น
- ต้องระบุราคาซื้อขายที่แน่นอน
- ไม่สามารถใช้คำสั่งที่มีเงื่อนไขนี้ร่วมกับ ATO ATC MP หรือ Publish Volume ได้
|
คำสั่งซื้อขายแบบให้ระบบการซื้อขายส่งให้โดยอัตโนมัติ (Publish Volume)
เป็นคำสั่งซื้อขายที่ช่วยให้ผู้ซื้อหรือขายที่ต้องการซื้อขายหุ้นเป็นจำนวนมาก แต่ไม่ต้องการให้แสดง ปริมาณการซื้อขายทีเดียวทั้งหมด เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อราคาหลักทรัพย์ ดังนั้นจึงต้องการ เสนอซื้อขายทีละส่วน โดยคำสั่งนี้ นักลงทุนสามารถส่งคำสั่งเพียงครั้งเดียว จากนั้นระบบการซื้อขายจะทะยอยเสนอซื้อหรือขายเป็นหลายรายการโดยอัตโนมัติตามที่ระบุ |
|
Top |
|