หน้าหลัก | โปรโมชั่น | เกียวกับ KSS | ติดต่อเรา
     
ความรู้เรื่องการลงทุน
KSS Online - 0 2659 7777

ความรู้เรื่องการลงทุน

ประเภทของตราสารและผลตอบแทน
ผลตอบแทนที่จะได้รับจากการลงทุนในหุ้น
ภาษีอากรที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายหุ้น
เวลาทำการซื้อ - ขาย
หน่วยการซื้อขาย
ช่วงราคาหลักทรัพย์ (Price Spreads)
ราคาเสนอซื้อขายสูงสุด ต่ำสุด (Ceiling / Floor)
การหยุดการซื้อขายเป็นการชั่วคราว (Circuit Breaker)
Circuit Breaker จะทำงานต่อเมื่อเกิดเหตุการณ์ ดังนี้
เครื่องหมายที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขาย
ค่าธรรมเนียมในการซื้อขายหลักทรัพย์
ประเภทคำสั่งซื้อขาย


  ประเภทของตราสารและผลตอบแทน

หุ้นสามัญ (Common Stock)
       เป็นตราสารทุนที่ออกโดย บริษัทมหาชน จำกัด ที่ต้องการระดมทุนจากประชาชน ซึ่งผู้ถือหุ้นสามัญมีสถานะเป็นเจ้าของนั้นๆ โดยมีสิทธิ์ได้รับผลตอบแทนในรูปของเงินปันผลตามที่บริษัทประกาศจ่าย และ มีสิทธิในการลงคะแนนเสียงในที่ประชุมผู้ถือหุ้น

หุ้นบุริมสิทธิ (Preferred Stock)
       เป็นตราสารทุนเช่นเดียวกันกับหุ้นสามัญ แต่จะมีสิทธิในการรับเงินปันผลเป็นอัตราที่แน่นอนทุกปี ผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิอาจมีสิทธิมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของกิจการเช่นเดียวกับผู้ถือหุ้นสามัญ และมีสิทธิเหนือหุ้นสามัญในกรณีที่บริษัทเลิกกิจการและทำการชำระบัญชี

ใบสำคัญแสดงสิทธิหรือวอร์แรนท์ (Warrant)
       เป็นตราสารอนุพันธ์ประเภทหนึ่งที่ให้สิทธิแก่ผู้ถือในการซื้อหลักทรัพย์อ้างอิง ตามที่บริษัทผู้ออกระบุไว้ โดยซื้อได้ในราคาใช้สิทธิที่ระบุ (Exercise Price) ในจำนวนและภายในระยะเวลาที่กำหนด

ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (Derivative Warrant: DW)
       มีลักษณะคล้ายกับใบสำคัญแสดงสิทธิ (Warrant) ซึ่งบริษัทผู้ออกใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ ในการซื้อหรือขายหลักทรัพย์อ้างอิงนั้น จะไม่ใช่บริษัทที่เป็นเจ้าของหลักทรัพย์อ้างอิง ซึ่งอาจเป็นหุ้น (Stock) ในราคา อัตราและระยะเวลาใช้สิทธิที่กำหนดไว้ โดยบริษัทผู้ออกเป็นผู้กำหนดว่าจะเลือกทำการส่งมอบเป็นหลักทรัพย์หรือเงินสด

ใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่เกิดจากหลักทรัพย์อ้างอิงไทยหรือเอ็นวีดีอาร์ (Non - Voting Depositary Receipt: NVDR)
       เป็นตราสารที่ให้ผลตอบแทนเสมือนการลงทุนในหุ้นสามัญของบริษัทจดทะเบียน แต่ผู้ถือ NVDR ไม่มีสิทธิในการลงคะแนนเสียงในที่ประชุมผู้ถือหุ้น และการถือ NVDR นั้นจะเป็นการถือผ่านบริษัท ไทยเอ็น ดี วี อาร์ จำกัด ซึ่งทำหน้าที่ถือครองหลักทรัพย์แทนผู้ลงทุน ช่วยให้ผู้ลงทุนต่างประเทศสามารถลงทุนในหุ้นของบริษัทจดทะเบียนได้ โดยไม่ติดข้อจำกัดเรื่องเพดานการถือครองหลักทรัพย์โดยชาวต่างประเทศ (Foreign Limit)

Top


  ผลตอบแทนที่จะได้รับจากการลงทุนในหุ้น

ผลตอบแทนจากการลงทุนในหุ้น ได้แก่ เงินปันผล (Dividend) หรือ หุ้นปันผล (Stock Dividend) กำไรจากส่วนต่างของราคาซื้อกับราคาขาย (Capital Gain) รวมทั้งสิทธิในการจองซื้อหุ้นออกใหม่ (Pre-emptive Right) เป็นต้น

Top


  ภาษีอากรที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายหุ้น
  1. กำไรที่ได้จากส่วนต่างของราคาซื้อกับราคาขายหุ้น ได้รับการยกเว้นไม่ต้องนำมาคำนวนเป็นเงินได้เพื่อเสียภาษี
  2. เงินปันผลจากบริษัทจดทะเบียน จะถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ร้อยละ 10 และสามารถเลือกที่จะนำมารวมเป็นเงินได้เพื่อเสียภาษีหรือไม่ก็ได้ หากเลือกที่จะนำไปคำนวณภาษีเงินได้ประจำปี นักลงทุนสามารถนำไปเครดิตภาษีเงินปันผลได้
  3. ภาษีมูลค่าเพิ่ม บริษัทหลักทรัพย์จะทำการเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ในอัตราร้อยละ 7 ของค่านายหน้า (Commission)
Top


  เวลาทำการซื้อ - ขาย

ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดทำการทุกวันจันทร์ – วันศุกร์ ยกเว้นวันหยุดตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย
สำหรับเวลาทำการซื้อขายกำหนดไว้วันละ 2 รอบ ดังนี้

ช่วงก่อนเปิดตลาดรอบเช้า 9:30 - 10:00
ช่วงเช้า 10:00 - 12:30
ช่างก่อนเปิดตลาดรอบบ่าย 14:00 - 14:30
ช่วงบ่าย 14:30 - 16.30

 

Top


  หน่วยการซื้อขาย

ในการเสนอซื้อ (Bid) และเสนอขาย (Offer) หุ้นบนกระดานหลัก โดยทั่วไปแล้ว ตลาดหลักทรัพย์ ฯ กำหนดให้ 1 หน่วยการซื้อขาย (Board Lot) เท่ากับ 100 หุ้น อย่างไรก็ตาม หากหุ้นใดมีราคาตลาดที่เกิน 500 บาทต่อหุ้น ๆ นั้นจะถูกปรับให้มีหน่วยการซื้อขายหน่วยละ 50 หุ้น

Top


  ช่วงราคาหลักทรัพย์ (Price Spreads)

นักลงทุนจะต้องส่งคำสั่งซื้อขายที่มีการเสนอราคาซื้อหรือขาย ของหลักทรัพย์ให้ตรงตามช่วงราคา (Spread) ที่ตลาดหลักทรัพย์ ฯ กำหนด ซึ่งเป็นช่วงการเคลื่อนไหวของราคาซื้อขายหลักทรัพย์บนกระดานหลักและกระดานหน่วยย่อย โดยมีช่วงราคาดังนี้

ระดับราคาตลาด   ช่วงราคา
ต่ำกว่า 2 บาท   0.01 บาท
ตั้งแต่ 2 บาท แต่ไม่มากกว่า 5 บาท 0.02 บาท
ตั้งแต่ 5 บาท แต่ไม่มากกว่า 10 บาท 0.05 บาท
ตั้งแต่ 10 บาท แต่ไม่มากกว่า 25 บาท 0.10 บาท
ตั้งแต่ 25 บาท แต่ไม่มากกว่า 100 บาท 0.25 บาท
ตั้งแต่ 100 บาท แต่ไม่มากกว่า 200 บาท 0.50 บาท
ตั้งแต่ 200 บาท แต่ไม่มากกว่า 400 บาท 1.00 บาท
ตั้งแต่ 400 บาท ขึ้นไป 2.00 บาท

 

Top


  ราคาเสนอซื้อขายสูงสุด ต่ำสุด (Ceiling / Floor)

หุ้นสามัญ
       ราคาเสนอซื้อ (Bid) และเสนอขาย (Offer) หลักทรัพย์ ในแต่ละวันสามารถเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้สูงสุดไม่เกินร้อยละ 30 ของราคาปิดวันก่อนหน้า

หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายในวันแรก (First day Trade)
       ราคาซื้อขายของหลักทรัพย์สามารถเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้สูงสุดไม่เกิน 3 เท่าของราคาเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชน แต่ไม่ต่ำกว่า .01 บาท และราคาซื้อขายใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นหรือหน่วยลงทุน ( Warrant) สามารถเปลี่ยนแปลง เพิ่มขึ้นสูงสุดหรือลดลงต่ำสุดไม่เกินร้อยละ 100 ของหุ้นสามัญคูณด้วยสิทธิในการซื้อหุ้นหรือหน่วยลงทุน ที่จะได้รับจากการใช้สิทธิของใบสำคัญแสดงสิทธิจำนวน 1 สิทธิ

หลักทรัพย์ที่ไม่มีการซื้อขายติดต่อกันเกิน 15 วันทำการ
       ไม่กำหนดราคาซื้อขายสูงสุด / ต่ำสุด

หลักทรัพย์ที่ซื้อขายในกระดานต่างประเทศ (Foreign Board)
       ไม่กำหนดราคาซื้อขายสูงสุด / ต่ำสุด

ใบสำคัญแสดงสิทธิ์ที่ให้สิทธิ์ซื้อหุ้นหรือหน่วยลงทุน หรือใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (Warrant / Derivative Warrant)
       สามารถเปลี่ยนแปลงได้เพิ่มขึ้นหรือสูงสุด ไม่เกินร้อยละ30 ของหุ้นสามัญคูณ ด้วยสิทธิในการซื้อหุ้นหรือหน่วยลงทุนที่จะได้รับ

กรณีที่มีการประกาศจ่ายเงินปันผล
       การคำนวณราคาสูงสุดและต่ำสุดในวันแรกที่ขึ้นเครื่องหมาย XD ทำโดยการคำนวณหาราคาปิดใหม่ โดยการหักเงินปันผลต่อหุ้นออกก่อน แล้วจึงคำนวณราคาสูงสุดและต่ำสุด จากราคาปิดที่คำนวณใหม่

กรณีที่มีการให้สิทธิผู้ถือหุ้นเดิม
       ซื้อหุ้นที่ออกใหม่ได้ในราคาที่กำหนด การคำนวณราคาสูงสุดและต่ำสุดในวันแรกที่ขึ้นเครื่องหมาย XR ทำโดยการคำนวณหาราคาปิดใหม่ โดยการหาค่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของราคาปิดเดิมกับราคาตามสิทธิโดยน้ำหนักที่ใช้ถ่วง ได้แก่ จำนวนหุ้นเดิมและจำนวนหุ้นใหม่ แล้วจึงคำนวณราคาสูงสุดและต่ำสุดจากราคาปิดที่คำนวณใหม่

Top


  การหยุดการซื้อขายเป็นการชั่วคราว (Circuit Breaker)

กรณีที่สภาพการซื้อขายในตลาดโดยรวมเกิดการเปลี่ยนแปลงลดลงอย่างผิดปกติ ตลาดหลักทรัพย์ ฯ มีมาตรการที่จะทำการหยุดการซื้อขายเป็นการชั่วคราวที่เรียกว่า Circuit Breaker เพื่อให้นักลงทุนได้รับทราบสถานการณ์ และพิจารณาข้อมูลข่าวสารที่เกิดขึ้น ก่อนที่จะตัดสินใจลงทุนต่อไป

Top


  Circuit Breaker จะทำงานต่อเมื่อเกิดเหตุการณ์ ดังนี้

เมื่อดัชนีราคาตลาดหลักทรัพย์ (SET Index) ในวันนั้น ลดลงไปถึงอัตราร้อยละ 10 ของดัชนีราคาตลาดฯ ในวันทำการก่อนหน้า ระบบจะทำการหยุดซื้อขายหลักทรัพย์เป็นเวลา 30 นาที

เมื่อดัชนีราคาตลาดหลักทรัพย์ (SET Index) ในวันนั้น ลดลงไปถึงอัตราร้อยละ 20 ของดัชนีราคาตลาดฯ ในวันทำการก่อนหน้า ระบบจะทำการหยุดซื้อขายหลักทรัพย์เป็นเวลา 1 ชั่วโมง

ในกรณีที่ระยะเวลาการซื้อขายหลักทรัพย์ในแต่ละช่วงเวลาเหลือน้อยกว่าระยะเวลา ตามข้อ 1 หรือ ข้อ 2 แล้วระบบการซื้อขายจะหยุดการซื้อขาย หลักทรัพย์ตามระยะเวลาที่เหลือในช่วงเวลาการซื้อขายนั้น และจะเริ่มการซื้อขายหลักทรัพย์ในช่วงเวลาการซื้อขายถัดไปตามปกติ

Top


  เครื่องหมายที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขาย

XD (Excluding Dividend)
       ณ วันที่ขึ้นเครื่องหมาย XD ผู้ลงทุนที่ซื้อหุ้นของบริษัทจดทะเบียน ไม่มีสิทธิได้รับเงินปันผลที่บริษัทประกาศจ่ายในงวดนั้น

XR (Excluding Right)
       ณ วันที่ขึ้นเครื่องหมาย XR ผู้ลงทุนที่ซื้อหุ้นของบริษัทจดทะเบียนไม่มีสิทธิในการจองซื้อหุ้นสามัญจากการเพิ่มทุนในครั้งนั้น

XW (Excluding Warrant)
       ณ วันที่ขึ้นเครื่องหมาย XW ผู้ลงทุนที่ซื้อหุ้นของบริษัทจดทะเบียนไม่มีสิทธิในการได้รับใบสำคัญแสดงสิทธิ

XA (Excluding All)
       ณ วันที่ขึ้นเครื่องหมาย XA ผู้ลงทุนที่ซื้อหุ้นของบริษัทจดทะเบียนไม่มีสิทธิได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆที่บริษัทได้ประกาศในครั้งนั้นๆ

H (Trading Halt)
       เป็นเครื่องหมายแสดงการห้ามซื้อห้ามขายหลักทรัพย์จดทะเบียนนั้นเป็นการชั่วคราวโดยแต่ละครั้งมีระยะเวลาไม่เกินกว่า 1 รอบการซื้อขาย

SP (Trading Suspension)
       เป็นเครื่องหมายแสดงการห้ามซื้อขายหลักทรัพย์จดทะเบียนเป็นการชั่วคราว โดยแต่ละครั้งมีระยะเวลาเกินกว่า 1 รอบการซื้อขาย

NP (Notice Pending)
       เป็นเครื่องหมายที่แสดงว่าบริษัทจดทะเบียนนั้นยังไม่ได้นำส่งงบการเงินหรือรายงานตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายในระยะเวลาที่กำหนด หรือ ตลาดหลักทรัพย์ฯ อยู่ระหว่างรอคำชี้แจง หรือรายงานเพิ่มเติมจากบริษัทจดทะเบียน หรือข่าวสารที่ได้รับจากบริษัทจดทะเบียนยังไม่ครบถ้วนหรือชัดเจนเพียงพอ

NR (Notice Received)
       เป็นเครื่องหมายที่แสดงว่าตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้รับการชี้แจงข้อมูลหรือรายงานจากบริษัทจดทะเบียนที่ได้มีการขึ้นเครื่องหมาย NP แล้ว และจะขึ้นเครื่องหมาย NR เป็นเวลา 1 วัน

Top


  ค่าธรรมเนียมในการซื้อขายหลักทรัพย์

ผู้ลงทุนจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ (Commission) เป็นอัตราขั้นบันได (Sliding Scale) ให้แก่บริษัทหลักทรัพย์ (Broker) ที่ผู้ลงทุนใช้ พร้อมทั้งภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ 7 ปัจจุบันตลาดหลักทรัพย์ฯกำหนดให้บริษัทสมาชิกเรียกเก็บค่านายหน้าจากลูกค้า ในอัตราดังต่อไปนี้

ขั้นที่ มูลค่าการซื้อขาย (X) ต่อวัน
(หน่วย : บาท)
ผ่านเจ้าหน้าที่การตลาด ผ่านอินเทอร์เน็ต
บัญชีเงินสด บัญชี Cash Balance หรือ
Credit Balance
1 0 <= 5 ล้านบาท      
อัตราค่านายหน้า 0.250% 0.200% 0.150%
SET Trading Fee 0.005% 0.005% 0.005%
TSD Clearing Fee 0.001% 0.001% 0.001%
ค่าธรรมเนียมการกำกับดูแล 0.0018% 0.0018% 0.0018%
รวมที่เรียกเก็บจากลูกค้า
รวมค่าคอมบวก VAT
0.2578%
0.275846%
0.2078%
0.222346%
0.1578%
0.168846%
2
5  ล้านบาท <= 10 ล้านบาท
อัตราค่านายหน้า 0.220% 0.180% 0.130%
SET Trading Fee 0.005% 0.005% 0.005%
TSD Clearing Fee 0.001% 0.001% 0.001%
ค่าธรรมเนียมการกำกับดูแล 0.0018% 0.0018% 0.0018%
รวมที่เรียกเก็บจากลูกค้า
รวมค่าคอมบวก VAT
0.2278%
0.243746%
0.1878%
0.200946%
0.1378%
0.147446%
3
 
 
 
 
 
10 ล้านบาท  <= 20 ล้านบาท
อัตราค่านายหน้า 0.180% 0.150% 0.110%
SET Trading Fee 0.005% 0.005% 0.005%
TSD Clearing Fee 0.001% 0.001% 0.001%
ค่าธรรมเนียมการกำกับดูแล 0.0018% 0.0018% 0.0018%
รวมที่เรียกเก็บจากลูกค้า
รวมค่าคอมบวก VAT
0.1878%
0.200946%
0.1578%
0.168846%
0.1178%
0.126046%
4
> 20 ล้านบาท
อัตราค่านายหน้า 0.150% 0.120% 0.100%
SET Trading Fee 0.005% 0.005% 0.005%
TSD Clearing Fee 0.001% 0.001% 0.001%
ค่าธรรมเนียมการกำกับดูแล 0.0018% 0.0018% 0.0018%
รวมที่เรียกเก็บจากลูกค้า
รวมค่าคอมบวก VAT
0.1578%
0.168846%
0.1278%
0.136746%
0.1078%
0.115346%

 

 

Top


  ประเภทคำสั่งซื้อขาย

MP (Market Price)
       เป็นคำสั่งซื้อขายที่ใช้เมื่อผู้ลงทุนต้องการซื้อหรือขายทันที ณ ราคานั้น ๆ ทันที โดยส่งคำสั่งซื้อขายที่ระบุราคา MP ได้เฉพาะช่วงเวลาเปิดทำการ ซื้อขายเท่านั้น

  1. ระบบซื้อขายจะถือว่าคำสั่ง MP เป็นการเสนอซื้อ ณ ราคาเสนอขายต่ำสุด หรือเป็นการเสนอขาย ณ ราคาเสนอซื้อสูงสุด ดังนั้นหากไม่มีคำสั่งซื้อหรือขาย ด้านตรงข้ามรอการจับคู่อยู่ คำสั่ง MP นั้นจะถูกยกเลิกหรือสั่งไม่ได้ แต่หากมีคำสั่งซื้อหรือขายด้านตรงข้ามรอการจับคู่อยู่ คำสั่ง MP จะสามารถจับคู่ซื้อขายได้ทันที ที่เข้ามาในระบบ
  2. หากจำนวนหลักทรัพย์ที่เสนอซื้อขาย ณ ราคา MP ไม่สามารถจับคู่การซื้อขาย ได้หมดทั้งจำนวน ระบบการซื้อขายจะจัดจำนวนหลักทรัพย์ที่เหลือเป็นการเสนอซื้อ ณ ราคาที่สูงกว่าราคาซื้อขายครั้งสุดท้ายหรือ เป็นการเสนอขาย ณ ราคาที่ต่ำกว่า ราคาซื้อขายครั้งสุดท้ายหนึ่งช่วงราคา

ATO (At the Open) / ATC (At the Close)

  1. ATO เป็นคำสั่งซื้อขายที่ใช้เมื่อผู้ลงทุนต้องการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ทันทีที่ตลาดเปิดการซื้อขาย ณ ราคาเปิด โดยสามารถส่งคำสั่งซื้อขายได้เฉพาะในช่วงก่อนเปิดตลาดทั้งภาคเช้าและภาคบ่าย
  2. ATC เป็นคำสั่งซื้อขายที่ใช้เมื่อผู้ลงทุนต้องการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ทันทีที่ตลาด ปิดการซื้อขาย ณ ราคาปิด สามารถส่งคำสั่งซื้อขายได้ตั้งแต่เวลา 16.30 น. ถึงเวลาปิดในช่วงระหว่างเวลา 16.35 - 16.40 น.
  3. คำสั่ง ATO และ ATC เป็นคำสั่งที่มีเงื่อนไขเดียวกัน คือหากคำสั่งเสนอซื้อขาย สามารถจับคู่ได้เพียงบางส่วน ระบบการซื้อขายจะทำการยกเลิกจำนวนที่เหลือทั้งหมด โดยกำหนดในคำสั่ง ดังกล่าวเป็นคำสั่งที่จะได้รับการจับคู่ซื้อขายก่อนคำสั่งประเภทระบุราคา

IOC (Immediate or Cancel)
       เป็นคำสั่งซื้อขายที่ผู้ลงทุนต้องการสั่งให้ซื้อหรือขายหุ้นตามราคาที่ผู้ลงทุนระบุไว้ในขณะนั้นทันที หากซื้อหรือขายไม่ได้หมดทั้งจำนวนที่ต้องการ ส่วนที่เหลือจะถูกยกเลิก นอกจากนี้ ในการส่งคำสั่ง IOC มีข้อกำหนดเพิ่มเติมดังนี้

  • ส่งคำสั่งได้ในช่วงตลาดเปิดทำการซื้อขายเท่านั้น
  • ต้องระบุราคาซื้อขายที่แน่นอน
  • ไม่สามารถใช้คำสั่งที่มีเงื่อนไขนี้ร่วมกับ ATO ATC MP หรือ Publish Volume ได้

FOK (Fill or Kill)
เป็นคำสั่งซื้อขายที่ผู้ลงทุนต้องการซื้อหรือขายหุ้นตามราคาที่ผู้ลงทุนกำหนด โดยต้องการให้ได้ทั้งจำนวนที่ต้องการเท่านั้น หากได้ไม่ครบก็จะไม่ซื้อขายเลย โดยให้ยกเลิกคำสั่งนั้นไปทั้งหมด นอกจากนี้ ในการส่ง คำสั่ง FOK มีข้อกำหนดเพิ่มเติมดังนี้

  • ส่งคำสั่งได้ในช่วงตลาดเปิดทำการซื้อขายเท่านั้น
  • ต้องระบุราคาซื้อขายที่แน่นอน
  • ไม่สามารถใช้คำสั่งที่มีเงื่อนไขนี้ร่วมกับ ATO ATC MP หรือ Publish Volume ได้

คำสั่งซื้อขายแบบให้ระบบการซื้อขายส่งให้โดยอัตโนมัติ (Publish Volume)
เป็นคำสั่งซื้อขายที่ช่วยให้ผู้ซื้อหรือขายที่ต้องการซื้อขายหุ้นเป็นจำนวนมาก แต่ไม่ต้องการให้แสดง ปริมาณการซื้อขายทีเดียวทั้งหมด เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อราคาหลักทรัพย์ ดังนั้นจึงต้องการ เสนอซื้อขายทีละส่วน โดยคำสั่งนี้ นักลงทุนสามารถส่งคำสั่งเพียงครั้งเดียว จากนั้นระบบการซื้อขายจะทะยอยเสนอซื้อหรือขายเป็นหลายรายการโดยอัตโนมัติตามที่ระบุ

Top


<< กลับ